เทคนิคการประทับตรา Hallmark โดย GIT
การนำตรา Hallmark มาใช้กับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโลหะมีค่าเพื่อรับรองคุณภาพและความบริสุทธิ์ของโลหะมีค่าชนิดนั้นๆ ถือว่ามีความสำคัญต่อการส่งออกเครื่องประดับไปจำหน่ายในประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะประเทศที่มีขอบังคับเรื่องมาตรฐานเครื่องประดับโลหะมีคาที่เขมงวด ดังนั้น การที่ประเทศไทยมีตรา Hallmark จึงเป็นส่วนช่วยในการส่งออกได้มากยิ่งขึ้น
เมื่อปี 2560 สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (GIT) ออกระเบียบกำหนดมาตรฐานระดับโลหะมีค่า (Hallmark) เพื่อวางมาตรฐานการตรวจสอบรับรองคุณภาพโลหะมีค่าให้กับผู้ประกอบการเครื่องประดับและอัญมณีของไทย เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานสินค้าให้ เทียมเท่ามาตรฐานสากล โดยจะกำหนดเป็นมาตรฐานสมัครใจเพื่อให้ผู้ประกอบการมายื่นขอใช้ตรา Hallmark ซึ่งปัจจุบันได้มีผู้ประกอบการมาใช้บริการการตรวจรับรองมาตรฐาน Hallmark กับสถาบันวิจัยฯ (GIT) หลายรายแล้ว สำหรับผู้ที่สนใจและอยากทราบกระบวนการตรวจรับรองมาตรฐาน Hallmark ของสถาบันวิจัยฯ มีกระบวนการตรวจรับรองและวิธีการประทับตราดังนี้
กระบวนการตรวจรับรองมาตรฐานโลหะมีค่า (Hallmark)
การตรวจรับรองมาตรฐานของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ผู้ผลิตจะต้องส่งชิ้นงานหรือเครื่องประดับทุกชิ้นที่ต้องการได้รับเครื่องหมายรับรองไปยังฝ่ายตรวจสอบโลหะมีค่าของสถาบันฯ โดยหน่วยงานจะทำการสุ่มตัวอย่างชิ้นงานประมาณร้อยละ 2–5 ของจำนวนชิ้นงานทั้งหมด แต่อย่างน้อย 1 ชิ้น (ในการทํางานจริง หากผู้ผลิตที่ส่งตรวจ มีประวัติที่ดีในการส่งชิ้นงานตรวจ หน่วยงานรับรองมาตรฐานอาจสุ่มตรวจจํานวนชิ้นงานน้อยกว่ามาตรฐานตามปกติที่ใช้) มาทําการตรวจหาค่าความบริสุทธิ์ของโลหะ ด้วยวิธีการทางเทคนิคต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของชิ้นงานและเนื้อโลหะนั้น ๆ เช่น วิธี X-Ray Fluorescence (XRF), Fire Assay หรือ Titration เป้นต้น โดยผลการทดสอบความบริสุทธิ์ของเนื้อโลหะ จะแสดงออกมาเป้นตัวเลข 3 หลัก (ทศนิยม 1 ตําแหน่ง) เช่น โลหะทองที่ระบุค่าความบริสุทธิ์จาก ผู้ผลิต 999 (เนื้อทองคํา 999 ส่วน จาก 1,000 ส่วน) ผลการตรวจชิ้นงานที่ถูกสุ่มตรวจต้องมีค่าความบริสุทธิ์ของทองไม่น้อยกว่าร้อยละ 99.9 โดยต้องไม่มีค่าความคลาดเคลื่อนเป็นลบ ถ้าตัวอย่างชิ้นงานผ่านมาตรฐานจะนําชิ้นงานทั้งหมดไปประทับตรา Hallmark ทุกชิ้นและแจ้งให้ผู้ผลิตหรือผู้ส่งตรวจมารับชิ้นงานกลับไปเพื่อจําหน่ายในตลาดได้
วิธีการประทับตรา Hallmark สามารถทำได้ 2 วิธีดังนี้
ปัจจุบันมีวิธีการใหม่ในการประทับตรา Hallmark โดยใช้เลเซอร์ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับชิ้นงานที่บอบบางหรือมีลักษณะกลวงที่อาจได้รับความเสียหายจากกระบวนการตอกด้วยตัวตอก สามารถใช้เลเซอร์ประทับตรา Hallmark บนชิ้นงานที่เสร็จแล้วได้โดยไม่จำเป็นต้องแต่งชิ้นงานซ้ำเป็นการช่วยลดขั้นตอนได้ ซึ่งสถาบันฯได้เลือกใช้เลเซอร์ประทับตรา Hallmark เนื่องจากสามารถประทับตราลงบนเครื่องประดับได้ทุกประเภท
การประทับตรา Hallmark ด้วยเลเซอร์ทำงานโดยใช้เลเซอร์กำลังสูงในการระเหยวัสดุออกจากพื้นผิวโลหะ สามารถทำได้สองวิธี คือการแกะสลักด้วยเลเซอร์แบบ 2 มิติ และ 3 มิติ การแกะสลักด้วยเลเซอร์แบบ 2 มิติจะแกะสลักโครงร่างของตรา Hallmark ลงในชิ้นงาน ในขณะที่การแกะสลักด้วยเลเซอร์แบบ 3 มิติจะแกะสลักตรา Hallmark เป็นลักษณะนูนต่ำเกิดเป็นรูปร่างที่ชัดเจนกว่าแบบ 2 มิติ
การประทับตรา GIT Hallmark เครื่องประดับทองคำและเงินด้วยเลเซอร์
การประทับตรา Hallmark ของ GIT จะมีหลักสำคัญ 5 ข้อ
ดังนั้นการสังเกตตราสัญลักษณ์หรือเครื่องหมาย Hallmark เป็นเทคนิคการเลือกซื้อทองคำหรือเครื่องประดับ แบบง่ายๆ ที่ผู้บริโภคควรจะต้องตรวจสอบก่อนซื้อทุกครั้ง เพราะจะทราบว่าทองคำหรือเครื่องประดับนั้นได้รับการรับรองมาตรฐานแล้ว นอกจากนี้เลือกซื้อจากร้านค้าที่เชื่อถือได้ เช่น ร้านค้าที่เป็นสมาชิกสมาคมทองคำ , ร้านค้าที่เป็นสมาชิกโครงการซื้อด้วยความมั่นใจ Buy With Confidence (BWC)
จากข้อมูลดังที่กล่าวมาทางสถาบันฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจการทำ Hallmark หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ องค์การมหาชน) ฝ่ายตรวจสอบโลหะมีค่า โทร 02-634-4999 ต่อ 421
E-mail: jewelry@git.or.th
ที่มาข้อมูล